— กำแพงเพชร, 16 พฤษภาคม 2554

นายสันติ อภัยราช เป็นชาวกำแพงเพชรโดยกำเนิด เกิดที่บ้านพักปลัดอำเภอเมืองกำแพงเพชร
เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ ปัจจุบันอายุ ๖๐ ปี เนื่องจากบิดา นายเสรี อภัยราช มาดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอเมืองกำแพงเพชร มารดาชื่อนางเสงี่ยม อภัยราช ทำหน้าที่แม่บ้าน เมื่ออายุได้ขวบเศษ บิดาได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร จึงได้ไปเติบโตที่อำเภอคลองขลุง โดยเข้าเรียนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนพิบูลวิทยาคาร ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง ในระดับประถมปีที่ ๑-๔ เมื่อวัยเยาว์ ได้ศึกษาวรรณคดี
วรรณกรรมภาษา จากพ่อและแม่ ซึ่งเป็นผู้ทรงความรู้ ทางภาษาและวรรณกรรมท้องถิ่นอย่างดียิ่ง ศึกษาจากตำราที่หาได้จาก อำเภอคลองขลุงทุกเล่ม จนมีความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น เมื่อว่างจากการเรียนรู้ ได้ขายขนมในตลาดสดคลองขลุงทุกวันโดย ตื่นตั้งแต่ ตี ๔ ทุกวันช่วยมารดาทำขนมหวานทุกชนิด เมื่อเสร็จราว๖ โมงเช้า ได้นำไปขายด้วยตนเอง ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ถึง ๑๒ ขวบ ทุกวัน เมื่อมีรายได้จากการแบ่งให้ของมารดานำไปซื้อหนังสือนิทาน ของเสรี เปรมฤทัย มาอ่านทุกเรื่อง นอกจากอ่านหนังสือ ได้ตามผู้ใหญ่ ในละแวกบ้าน ไปท่องเที่ยวทุกตำบล หมู่บ้าน ในวันหยุดทุกสัปดาห์ ในวันพระทุกวันพระ ได้ตามยาย และแม่ไปวัดทุกวันพระจนเข้าใจในเรื่องของพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี ตามประสาเด็กๆ
เมื่อเรียนจบชั้นประถมปีที่ ๔ บิดาได้ย้ายกลับมาเป็นปลัดอำเภอเมืองกำแพงเพชร อีกครั้ง ได้กลับมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่โรงเรียนวัชราษฎร์วิทยาลัย โรงเรียนชายประจำจังหวัดกำแพงเพชร ในขณะนั้น
เมื่อมาอยู่กำแพงเพชร เนื่องจากกำแพงเพชรเป็นเมืองเก่า ในวันหยุดทุกสัปดาห์ ได้ตามผู้ใหญ่ไปศึกษาเมืองโบราณอย่างเข้าใจ โดยละเอียด ได้ศึกษาคัมภีร์ต่างๆจากเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร ในขณะนั้นเนื่องจากไปเป็นลูกศิษย์ของท่านอย่างละเอียด ทุกเรื่องจนจบชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ในระหว่างเรียนเนื่องจากเป็นคนพูดน้อย แต่ชอบเล่านิทาน ในระหว่างพักเที่ยงจึงมีเพื่อนมานั่งล้อมวงฟังนิทานกันทุกวัน จนครูประจำชั้นให้ทำหน้าที่สอนแทน เมื่อครูติดธุระเป็นเหตุให้ได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าชั้นทุกปี
เมื่ออายุได้ราว ๑๔ –๑๕ ปี ได้ศึกษาดนตรีสากล ดนตรีไทย และมวยไทย อย่างละเอียด
จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่๖ จัดว่าเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมากคนหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อจบการศึกษาโรงเรียนและจังหวัดกำแพงเพชร ได้คัดเลือกคนที่เหมาะสมที่จะเป็นครู และเรียนเก่งที่สุด ไปเรียนครู ที่วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก เรียนอยู่ ๔ ปี โดยเลือกวิชาภาษาและวรรณคดีไทย เป็นวิชาเอก ระยะเรียนได้ออกค่ายชนบท บ่อยมาก ไปฝึกสอนโรงเรียนที่ไกลที่สุด เป็นหัวหน้าหน่วยฝึกสอน ทั้งประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา
และประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง ผลการเรียนอยู่ระดับค่อนข้างดี
เมื่อจบระดับ ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงจากวิทยาลัยครูพิบูลสงครามแล้ว บิดาซึ่งปลัดอำเภอเสียชีวิต จึงไปหางานทำในกรุงเทพตามแบบฉบับของ เด็กบ้านนอก และไปสอบเข้าเรียนต่อวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ในภาคค่ำ ในสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีไทยเหมือนเดิม ตอนเช้าไปสอนหนังสือโรงเรียนเอกชน
ที่โรงเรียนศึกษาวิทยา สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ตอนเย็นไปเรียน ที่ประสานมิตรๆให้อะไรมากมายทั้งด้านความรู้และประสบการณ์ …เปลี่ยนโรงเรียนมาสอนที่โรงเรียนเกษมพิทยา คลองตัน กรุงเทพ ให้ใกล้วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรมากขึ้น เพื่อสะดวกในการเดินทาง โดยเดินทางโดยเรือในคลองแสนแสบ เมื่อจบการศึกษาได้ปริญญาการศึกษาบัณฑิต สาขาภาษาและวรรณคดีไทย
ไปสอนที่โรงเรียนพณิชยการมักกะสัน ดินแดง กรุงเทพ ๓ ปี ไปสอนโรงเรียนช่างกลสยาม ท่าพระ
กรุงเทพอีก ๓ปี จึงสอบบรรจุเข้ารับราชการในปีการศึกษา ๒๕๑๘ ที่โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กรุงเทพ ได้ ปีเศษ เกิดเหตุการณ์ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ถูกย้ายมาอยู่ชานเมืองนนทบุรี โรงเรียนเล็กๆในขณะนั้น คือโรงเรียนรัตนาธิเบศร นนทบุรี ทำการสอนอยู่ที่โรงเรียนรัตนาธิเบศรจนกระทั่งพุทธศักราช ๒๕๓๕ ขณะทำงานได้ศึกษาด้วยตนเองที่หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุเกือบทุกวัน
ในระหว่างนั้นได้ศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช เป็นรุ่นแรก ๓ ปีจบ ได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต อย่างภาคภูมิใจ
ได้ตั้งใจไว้ว่าเมื่อมีประสบการณ์ พอสมควรแล้วจะกลับมาพัฒนาบ้านเมืองของตนเอง เมื่อถึงเวลาจึงขอย้ายมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ ๒ ระดับ ๖ ที่โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม จังหวัดกำแพงเพชร ได้ลงพื้นที่ ทำงานด้านภาษาและวัฒนธรรมอย่างจริงจังและเต็มความสามารถ จนกระทั่งเป็นสัญลักษณ์ ของผู้รู้ในเมืองกำแพงเพชร
ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ ทำงานได้รับผลดีมากมาย จึงได้รับคัดเลือก จากกรมสามัญศึกษา ให้ไปศึกษาดูงานด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ณ ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ได้เลื่อนระดับเป็นอาจารย์ ๓ ระดับ ๘ ในปีการศึกษา ๒๕๓๙ และได้เลื่อนเป็นอาจารย์ ๓ระดับ ๙ ในวิชาภาษาและวรรณกรรมท้องถิ่น ในปีการศึกษา ๒๕๔๒ และได้รับเกียรติคุณอย่างมากมายในที่สุดหลังจากการทำงานอย่างหนัก อาทิ
• ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
• ผู้ทรงคุณวุฒิของสภาวิจัยแห่งชาติ
• ผู้ทรงคุณวุฒิของจังหวัดกำแพงเพชร
• ผู้ทรงคุณวุฒิสภาวัฒนธรรมภาคเหนือ
• ผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานการศึกษากำแพงเพชร เขต ๑
• ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร
• ผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานที่ดินจังหวัดกำแพงเพชร
• รองประธานสภาวัฒนธรรมภาคเหนือ
• ครูต้นแบบ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ

นอกจากนั้นได้รับรางวัลอย่างมากมาย ทั้งในระดับ ท้องถิ่น และระดับชาติ อาทิ
• ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
• ครูแม่แบบภาษาไทยดีเด่นระดับประเทศ
• คนดีศรีกำแพงเพชร
• ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมกำแพงเพชร
• ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม
• บุคลดีเด่นด้านวัฒนธรรม
• บุคคลดีเด่นแห่งปี ๒๕๔๓ จากหนังสือพิมพ์ไท สยาม
• บุคคลเกียรติยศ จากหนังสือพิมพ์ประชาไทย
• ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วัฒนธรรมศึกษา)
จากมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร
• ได้รับรางวัลไปศึกษา ดูงานด้านวัฒนธรรม ประเทศออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์

ปัจจุบันได้รับเกียรติ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑
จนถึงปัจจุบัน และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก นับว่าสูงสุด ที่คนสามัญ
ตำแหน่งครูจะได้รับ และได้รับความยกย่องนับถือ ว่า เป็นปราชญ์ท้องถิ่นเมืองกำแพงเพชรจนกระทั่ง ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วัฒนธรรมศึกษา)จากมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร
งานที่ภูมิใจที่สุดในขณะนี้คือ นำรายการโทรทัศน์วัฒนธรรม ภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ดำเนินการทางเคเบิลทีวีท้องถิ่น กว่า ๔๐๐ เรื่อง นำมาลงในภาคอินเตอร์เนต วิดีโอ กูเกิล เพื่อให้คนทั้งโลกได้รู้จักภาษาและวัฒนธรรมไทย
หลังจากปลดเกษียณอายุราชการแล้ว จะจัดตั้งและดำเนินรายการวิทยุชุมชน ชื่อสถานีวิทยุชุมชน
ชุมทางวัฒนธรรมกำแพงเพชร
ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานรับใช้บ้านเมืองด้านภาษาวัฒนธรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นจนไม่สามารถดำเนินการต่อไปไหว เป็นอุดมการณ์สูงสุดของนายสันติ อภัยราช