— ชลบุรี, 07 มิถุนายน 2554

วงกลองยาว นายเชื้อ โชติช่วง
ประวัติความเป็นมาของชุมชน สถานที่ตั้ง บ้านของนายเชื้อ โชติช่วง อาศัยอยู่นั้น มีการปลูกต้นแก้วมังกร เส้นทางคมนาคมในบริเวณนี้จึงแคบมาก การเดินทางค่อนข้างลำบาก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ เป็นคนถิ่นเดิมที่อาศัยอยู่ที่หนองฆ้อ ซึ่งแต่เดิมมีหนองน้ำมากและมีต้นฆ้อลักษณะคล้าย ต้นยางขึ้นอยู่มากบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองฆ้อ ต่อมาเทศบาลได้เวนคืนที่ดินบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองฆ้อ ทำให้ต้องอพยพมาอยู่ฝั่งตรงข้ามของอ่างเก็บน้ำหนองฆ้อ โดยอาศัยอยู่กันมาเป็นเวลานาน อาชีพทั่วไปโดยมากทำการเกษตร ทำสวน ปลูกสับปะรด ปลูกขนุน แก้วมังกร เป็นต้น
นายเชื้อ โชติช่วง อายุ ๖๓ ปี มีภรรยาชื่อ นางประนอม มาลาอบ พื้นเพเป็นคนจังหวัดสระบุรี มีบุตรทั้งหมด ๕ คน เป็นผู้หญิง ก่อนหน้านี้มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง แต่เนื่องจากมีปัญหาทางด้านสายตาจึงมารับงานแสดงกลองยาวเป็นอาชีพ ซึ่งเคยเรียนตีกลองยาวมาจากนายจวน พานสิน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)
นายเชื้อ โชติช่วง ไม่ได้ตั้งชื่อวง แต่ได้ใช้ชื่อตนเองซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปสำหรับผู้คนแถบนี้ วงกลองยาวของนายเชื้อมี ๕ ใบ มีผู้เล่น ๘ คน ซึ่งเป็นญาติพี่น้อง การแสดงมีเพียงการเล่นกลองยาวเท่านั้นไม่มีผู้รำ ไม่สามารถทำกลองเองได้ แต่ขึงหน้ากลองได้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากครูผู้ถ่ายทอดได้ถ่ายทอดวิธีการเล่นกลองยาวให้ โดยไม่มีผู้รำ จึงมีความเชื่อว่าถ้าเล่นเกินที่ครูสอนเอาไว้จะทำให้เกินหน้าครู และเชื่อว่าไม่เคารพต่อครูผู้สอน วิธีการสืบทอดจะใช้วิธีทำน้ำมนต์ ต่อหน้าพ่อแก่ซึ่งเป็นบรมครูทางนาฏศิลป์และดนตรีทุกแขนง ปัจจุบันไม่ได้สืบทอดให้กับบุคคลภายนอก เนื่องจากเวลามีงานมักจะเรียกรวมวงได้ลำบาก จึงหัดให้แต่ญาติพี่น้องและลูกหลานเป็นส่วนมาก ผู้รับช่วงการสืบทอดคนต่อไปของนายเชื้อ โชติช่วง ที่วางตัวไว้ คือ เด็กชายปรมัตถุ์ ฤกษ์ดี
การรับงานจะรับเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้นเพราะเพราะเด็กต้องไปโรงเรียน ค่าตอบแทนที่รับเล่นงานละ ๒,๐๐๐ บาท เช่น งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ แห่งานสงกรานต์ งานกองข้าว งานกฐินผ้าป่า เป็นต้น
การเล่นใช้วิธีตีกลองโดยใช้เสียงโห่ร้องตีกลองไปเรื่อย ๆ ไม่มีเพลงร้อง