— นครพนม, 08 มิถุนายน 2555


ประวัติของพระครูสันธานพนมเขต (หลวงปู่สนธิ์ สุรชโย) เกจิแห่งลุ่มน้ำโขง จังหวัดนครพนม ท่านพระ ครูสันธานพนมเขต นามเดิมชื่อสนธิ์ คงเหลา เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2422 ที่บ้านท่าดอกแก้วเหนือ ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายแสงและนางทุม คงเหลา โดยมีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 6 คน คือ

1. นางผา คงเหลา

2. นายสนธิ์ คงเหลา ( ท่านพระครูสันธานพนมเขต )

3. นายแสน คงเหลา

4. นางน้อย คงเหลา

5. นางพุฒ คงเหลา

6. นายกา คงเหลา

ในปฐมวัย ได้รับการอบรมสั่งสอนด้วยดีจากบิดามารดา จนกระทั่งอายุได้ 14 ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท่าดอกแก้วใต้ ( วัดโสดาประดิษฐ์ในปัจจุบัน ) โดยมีพระอาจารย์นนท์ เป็นพระอุปัชฌายะ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2436 เมื่อบรรพชาแล้วก็ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ ศึกษาเล่าเรียนอักษรธรรม ( ไทยน้อย ) ลาว ขอมและสวดมนต์สูตรต่าง ๆ อยู่ในสำนักของท่านอาจารย์นนท์ จนมีวิชาความรู้ตามสมควรแก่ภาวะการศึกษาอยู่ในสมัยนั้น ตลอดเวลาที่สามเณรสนธิ์ ศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสำนักนี้ สามเณรสนธิ์ก็เป็นที่รักใคร่และไว้วางใจของท่านอาจารย์เป็นอันมาก พอสามเณรสนธิ์อายุครบ 20 ปี ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดท่าดอกแก้วใต้ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2442 โดยมีพระอาจารย์ภูมี เป็นพระอุปัชฌายะ พระอาจารย์นนท์เป็นกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์สม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ครั้นอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้วก็ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัย มีความรู้พอสมควร เท่าที่จะสามารถจะศึกษาได้ในสมัยนั้นโดยได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับท่านอาจารย์สี ทัต ศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระ ที่วัดป่าอรัญญคามวาสี ( วัดพระธาตุท่าอุเทนปัจจุบัน ) ศึกษาอยู่ได้ 1 พรรษา จนนับได้ว่าเป็นศิษย์ผู้มีความรู้ความสามารถองค์หนึ่งของพระอาจารย์ หลังจากนั้นก็อำลาพระอาจารย์ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดห้วยออน แขวงเมือง บ่อสะแทน ประเทศลาว อยู่กับพระอาจารย์โสดา ซึ่งเป็นลุงของท่านเป็นเวลา 3 ปี แล้วจึงได้ย้ายกลับมาจำพรรษาที่วัดท่าดอกแก้ว ซึ่งเป็นสำนักเดิมของท่าน โดยการอาราธนาของอุบาสกอุบาสิกาบ้านท่าดอกแก้ว ต่อมาเจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้วถึงแก่มรณภาพลง ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้วตั้งแต่ พ.ศ. 2452 ในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่นี้ ก็พยายามปฏิบัติศาสนกิจในหน้าที่ด้วยดี โดยมีตำแหน่งหน้าที่และสมณศักดิ์ที่ได้รับดังนี้ คือ

พ.ศ. 2473 ได้รับแต่งตั้ง ให้เป็น เจ้าคณะตำบลท่าจำปา

พ.ศ. 2479 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌายะ ประจำเขตตำบลท่าจำปา

พ.ศ. 2480 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสอบธรรมและตรวจธรรมสนามหลวงมาโดยตลอด

พ.ศ. 2493 ได้รับพระราชทาน เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามว่า “ พระครูสันธานพนมเขต”

การก่อสร้าง

- ได้เป็นผู้ช่วยเหลือท่านอาจารย์สีทัต ก่อสร้างพระธาตุ ท่าอุเทน

- ได้ชักชวนญาติโยมจัดสร้างกุฏิตึก 2 ชั้น ที่วัดท่าดอกแก้ว

- ได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้น 1 หลัง โดยความร่วมมือของทายกทายิกา ชาวบ้านท่าดอกแก้วและหมู่บ้านใกล้เคียง

- ได้ชักชวนญาติโยมสร้างกุฏิไม้ขึ้นอีก 3 หลัง ที่วัดท่าดอกแก้ว

- ระหว่าง พ.ศ. 2494 ได้สร้างพระอุโบสถขึ้น 1 หลัง ที่วัดท่าดอกแก้วแล้วเสร็จพร้องทั้งการฉลองใน พ.ศ. 2498

ลักษณะนิสัยทั่วไป



พระครูสันธานพนมเขต ปรกติเป็นผู้ร่าเริงอยู่เสมอ มีเมตตาจิตอยู่เป็นประจำ ฉะนั้น จึงทำให้ประชาชนทั้งหลายเคารพนับถือท่านมากทั้งใกล้และไกล ตั้งอยู่ในฐานะเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของศิษยานุศิษย์ทุกคน จนพากันเรียกท่านว่า “หลวงพ่อ ” อย่างสนิทปากสนิทใจทุกคำไป เมื่ออายุเข้าวัยชราโรคภัยไข้เจ็บเข้าเบียดเบียนสังขารร่างกายของท่าน บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างก็ได้พยายามเอาใจใส่ดูแล ถวายการรักษาพยาบาลเรื่อยมา



ครั้นถึงวันที่8 กันยายน 2510ท่านหลวงพ่อพระครูสันธานพนมเขตก็ได้ล้มป่วยลง บรรดาศิษย์ทั้งหลายจึงพร้อมใจกันนำท่านไปรักษายังโรงพยาบาลเมืองนครพนม คณะนายแพทย์และพยาบาล ก็ได้ถวายการรักษาด้วยดี จนอาการดีขึ้น ก็นำท่านไปพักผ่อนที่วัด ในระยะ 2 เดือน หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว อาการป่วยของท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด จนล่วงมาถึงวันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2510 อาการป่วยของหลวงปู่สนธิ์ก็ยิ่งเพิ่มหนักขึ้นเป็นทวีคูณ และแล้วครั้นถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2510 เวลา 15.30 น. หลวงปู่พระครูสันธานพนมเขต ก็ได้แก่ถึงมรณภาพลง ณ วัดท่าดอกแก้ว ด้วยอาการสงบ ท่ามกลางศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนมากนับอายุโดยปีได้ 88 ปี โดยพรรษาได้ 74 พรรษาหากนับตั้งแต่เณร เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง วิทยาคมเข้มขลังรูปหนึ่งของ จ.นครพนม หลวงปู่สนธิ์ มีความเชี่ยวชาญด้านปริยัติธรรมและวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีชื่อเสียงในด้านขับไล่ภูตผีปีศาจและคุณไสย โดยเฉพาะผ้ายันต์ลงคาถาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ได้ถูกจัดให้อยู่ในทำเนียบ 108 พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ