— เชียงราย, 01 พฤษภาคม 2556

คำว่าร้องหลอด คนในสมัยก่อนได้เล่าให้ลูกหลานฟังไว้ว่า ได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่ง ได้มาปักกลดใกล้หมู่บ้าน ในตอนเช้าได้ออกรับบิณฑบาตในหมู่บ้าน ชาวบ้านสมัยนั้นมีการปลูกฝ้าย เพื่อทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม เมื่อชาวบ้านเห็นพระธุดงค์มา บิณฑบาต จึงได้นำข้าวปลาอาหารมาใส่บาตร พร้อมกับนำฝ้ายเป็นหลอดใส่บาตรไปด้วย เมื่อพระธุดงค์ได้ให้พรแก่ญาติโยม แล้วท่านได้แลไปเห็นบริเวณร้องมีน้ำเขียวชอุ่ม มีต้นไม้ไผ่รอบ ท่านเงยหน้าขึ้น แล้วกล่าวว่าน่าจะใส่ชื่อบ้านว่า “บ้านร้องหลอด”อนาคตข้างหน้าจะมีความอุดมสมบูรณ์เป็นบ้านอู่ข้าวอู่น้ำ จึงเป็นชื่อบ้านที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมใจกันสร้างที่พักสงฆ์ขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน โดยได้นิมนต์พระอิติจากจังหวัดลำปาง มาเป็นเจ้าสำนัก เป็นเวลาหลายปีต่อมา เมื่อปี พ.ศ 2415 ก็ได้มีการสร้างเป็นวัด และได้ตั้งชื่อวัดว่า“วัดเชตะวัน”มีความหมายว่า เป็นเวณสวนไผ่ ซึ่งตรงกับบริเวณที่ตั้งวัด ที่ใกล้กับสันคือกั้นน้ำหนองป่ามน ที่เต็มไปด้วยป่าไผ่ (จากคำบอกเล่า ได้มีการค้นพบป้ายวัด เป็นอักษรล้านนาที่เขียนว่า…………………และฆ้องเก่า ภายในบ่อน้ำด้านทิศตะวันตกของวัด ปัจจุบันนี้ได้มีการถมไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีการขุดพบพระสิงห์สาม จำนวน 2 องค์ ซึ่งยังมีให้ได้สักการะจนถึงปัจจุบัน ) ต่อมาเมื่อมีจำนวนครัวเรือนมากขึ้น ก็ได้แยกหมู่บ้านจากที่เข้ารวมกับบ้านทุ่ง ก็แยกเป็นบ้านร้องหลอด โดยมีพ่อแก่ท๊อก (ผู้ช่วย) ควาย เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก และจำนวนประชากรในหมู่บ้านก็ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดร้องหลอดเปลี่ยนเมื่อใดก็ไม่ทราบแน่ชัด ส่วนสาเหตุคงจะเป็นเพราะให้จำง่าย และเข้ากับชื่อหมู่บ้าน

และเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2546 บ้านร้องหลอดได้มีการแยกเป็น 2 หมู่บ้าน คือหมู่ที่3และหมู่ที่24ซึ่งได้แยกกันพัฒนาในหมู่บ้านให้ได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นโดยมีนายสาย ชัยชมภูเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3นายบุญมา พันธ์ดีเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 24 ปัจจุบันนี้ทั้งสองหมู่บ้านก็ยังคงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อมีกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ก็จะร่วมด้วยช่วยกันทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกายในการพัฒนา โดยมีวัดร้องหลอดเป็นศูนย์รวมจิตใจ มีศูนย์วัฒนธรรมกลุ่มยุวพุทธวัดร้องหลอด มีชมรมผู้สูงอายุ แม่บ้าน ผู้นำชุมชน ทุกส่วน คณะกรรมการเป็นผู้ช่วยกันผลักดัน สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดขึ้น เมื่อมีปัญหาก็ร่วมกันแก้ไขปัญหานั้นๆ