ชุดการแสดงกระบี่กระบอง

, 12 มีนาคม 2555


การแสดงกระบี่กระบองของโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม เริ่มจากสิบเอกอภิชาติ มั่งเมืองชาวนา ซึ่งมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดนครปฐม มีความสนใจพิเศษทางด้านการแสดงกระบี่กระบองที่มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย จึงไปฝึกฝนเรียนรู้จาก อาจารย์วิชิต ชี้เชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิของจังหวัดนครปฐม ครูมวยไทย และผู้ฝึกสอน/นักกีฬาที่มาแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ หลังจากฝึกฝนจนชำนาญและได้ย้ายมาอยู่ที่อำเภอวังน้ำเย็นเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๗ ได้ทำฝึกสอนให้กับนักเรียนโรงเรียนวังหลังวิทยาคมเป็นแห่งแรก ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ย้ายมาสอนที่โรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม และได้นำมาวิชากระบี่กระบองมาสอนนักเรียนจนมีความชำนาญ สามารถนำออกแสดงตามงานต่าง ๆ ได้ และจัดทำเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในชั่วโมงพละศึกษาด้วย





วิธีแสดง



การเล่นกระบี่กระบองของโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม เป็นแบบประเภทแสดง เป็นการเล่นของนักกระบี่กระบองในคณะเดียวกัน จึงเป็นไปอย่างรู้เชิงกันหรือนัดหมายกันไว้อย่างดี ตามภาษากระบี่กระบอง เรียกว่า "รู้ไม้" กันอยู่แล้ว โดยใช้เปิดแผ่นดนตรีประกอบการเล่นกระบี่กระบอง ที่จะมีเสียงปี่ชวา กลองแขก ฉิ่งและ เสียงปี่ เสียงกลองทำให้เกิดความคึกคักขึ้นทั้งผู้แสดงและผู้ดู



สถานที่แสดง ได้แก่ ลานกว้างๆ พอที่จะให้ผู้แสดงได้ต่อสู้กันได้ไม่คับแคบนัก ก่อนจะลงมือแสดงจะต้องไหว้ครูก่อน จากนั้นก็ถึงการต่อสู้ ปี่ชวาจะขึ้นเพลงเร่งเร้าฟังคึกคัก แตกต่างออกไปจากเพลงไหว้ครู โดยคู่ต่อสู้จะต้องรำอาวุธก่อน ซึ่งเป็นการรำที่ผสมกันระหว่างแบบนาฏศิลป์ กับแบบเฉพาะของแต่ละคณะหรือแต่ละสำนัก เป็นการอวดความสวยงามกัน ตอนรำอาวุธนี้ จะใช้ไม้รำซึ่งขัดทำอย่างประณีตงดงามมาก ท่ารำที่ถือว่าเป็นแบบอย่างของกระบี่กระบอง มี "ขึ้นพรหม" เป็นการรำโดยหันไปสี่ทิศ แล้วก็ถึงท่า "คุม" ตามแบบฉบับคือ รำลองเชิงกันโดยต่างฝ่ายต่างรุกล้ำเข้าไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง จากนั้นก็เป็นท่า "เดินแปลง" โดยการสังเกตดูเชิงกันและกัน แล้วจำไว้ว่าใครมีจุดอ่อนที่ใดบ้าง แล้วจึงคุกเข่า "ถวายบังคม" คือ กราบ ๓ ครั้ง จากนั้น จึงเปลี่ยนเครื่องไม้รำมาเป็นเครื่องไม้ตี



สำหรับการแต่งกายของนักกระบี่กระบองจะต้องสวมมงคลที่ทำด้วยด้ายดิบพันเป็นเกลียว มีขนาดใหญ่เท่าเชือกมนิลา ใช้ผ้าเย็บหุ้มอีกชั้นหนึ่ง ปล่อยปลายทั้งสองยื่นออก ส่วนเครื่องแต่งกายนั้นขึ้นอยู่กับความนิยม สมัยโบราณแต่งกายอย่างทหาร หรือนุ่งโจงกระเบนแบบหยักรั้ง คาดผ้าประเจียด ตะกรุด หรือนุ่งกางเกงขาสั้น การแสดงก็จะเริ่มจากการจับอาวุธต่อสู้กันเป็นคู่ๆ เช่น กระบี่กับกระบี่ พลองกับพลอง ง้าวกับง้าว พลองกับไม้สั้น จากนั้นก็สุดแต่จะยักเยื้องใช้อาวุธต่างๆ ในที่สุดก็เป็นการตะลุมบอนหรือหลายคู่ หรือการต่อสู้แบบ "สามบาน" คือ คนหนึ่งต่อสู้กับอีก ๒ คน



เพลงที่ใช้นั้น เพื่อความเหมาะสมกับการร่ายรำอาวุธแต่ละอย่าง ก็มักจัดเพลงขึ้นตามความเหมาะสม เช่น กระบี่ ใช้เพลงกระบี่ลีลา ดาบสองมือ ใช้เพลงจำปาเทศหรือขอมทรงเครื่อง ง้าวใช้เพลงขึ้นม้า พลองใช้เพลงลงสรงหรือขึ้นพลับพลา การต่อสู้สามบาน ใช้เพลงกราวนอกหรือเพลงฝรั่งรำเท้า (ข้อมูลจาก สิบเอกอภิชาต มั่งเมืองชาวนาและบ้านรำไทยดอทคอมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุง "http://www.panyathai.or.th/wiki/index.phpประเภทของหน้า: การละเล่นแบบไทย)



อุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงของโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม ดาบ โล่ ดั้ง พลอง ง้าว ฝัก ไม้ศอก



ลักษณะของการแสดงเน้นในเรื่องของการศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัว และเรื่องราวประวัติศาสตร์



โดยมีการแสดงท่าต่อสู้ เช่น



การต่อสู้ด้วยดาบ ๒ มือ กับดาบ ๒ มือ



การต่อสู้ด้วยดาบ ๒ มือกับดั้ง



การต่อสู้ด้วยดาบ ๒ มือกับโล่



การต่อสู้ด้วยดาบ ๒ มือกับฝัก



การต่อสู้ด้วยดาบ ๒ มือกับง้าว



การต่อสู้แบบ ๓ บาน



การต่อสู้ด้วยพลองกับพลอง



การต่อสู้ด้วยไม้ศอกกับพลอง



การควงพลองไฟ /การพ่นไฟ



การแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวกับพระยาจักรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช



บางระจัน เป็นต้น (การแสดงเฉพาะงาน)



จำนวนผู้แสดง ชุดเล็ก ๑๔ คน ชุดใหญ่ ประมาณ ๑๐๐ คนขึ้นไป



ราคา การแสดงชุดเล็ก ๑๐,๐๐๐ บาท การแสดงชุดใหญ่ ๒๐,๐๐๐ บาท (ยังไม่รวมค่า



พาหนะ)