ประวัติเมืองลี้ (ตอนที่ ๔)

, 06 กรกฎาคม 2555

ประวัติเมืองลี้ (ตอนที่ ๔)

เมืองที่พระนามจามะรีสร้างขึ้นมิได้สร้างเสร็จภายในเร็ววัน แต่คงใช้เวลานานพอสมควร เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงได้ตั้งชื่อว่า "เมืองลี้(ภาษาถิ่นว่าเมืองลิ) คือตั้งนามเมืองตามเหตุและลักษณะที่ผู้หลบลี้หนีภัยมาสร้างขึ้นเป็นที่อยู่อาศัยหลบลี้หนีภัยศัตรูและโรคระบาดเมืองลี้ได้เจริญรุ่งเรืองตลอดสมัย พระนางจามะรี ซึ่งพระนางยังมีนามอีกนามหนึ่งว่าเป็น "เจ้าเจนเมือง" เมื่อสิ้นสมัยพระนางจามะรีแล้วก็ได้มีผู้สืบเชื้อสายเป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองลี้ต่อมาอีก คือ

๑)เจ้าอุ่นเมือง(เป็นองค์ที่ ๒)

๒)เจ้าจองสูง(เป็นองค์ที่ ๓)

๓)เจ้าข้อมือเหล็ก(เป็นองค์ที่ ๔)

๔)เจ้าปูเหลือง(เป็นองค์ที่ ๕)

๕)เจ้านิ้วมืองาม(เป็นองค์ที่ ๖) (หรือเจ้าก๋างเวียง)

ในสมัยที่เจ้านิ้วมืองามเป็นเจ้าเมืองปกครองเมืองเป็นองค์สุดท้ายนี้ ได้มีกองทัพสุโขทัยยกมาตระเวนดูลาดเลากำลังไพร่พลและสถานที่ตั้งของเมืองลี้ เพื่อจะโจมตีเอาเป็นเมืองอยู่ในเขตการปกครองของสุโขทัย ปรากฏว่าไม่สามารถจะโจมตีเมืองลี้ได้ เนื่องจากเมืองลี้มีป้อมปืนใหญ่ มีค่ายคูและกำแพงล้อมรอบเมืองอย่างแข็งแรง ทั้งยังมีกอไผ่ขึ้นเป็นแนวรอบเมืองอย่างแน่นหนา จึงยกทัพกลับสุโขทัยเพื่อวางแผนการโจมตีในโอกาสต่อมา

แล้วอีกไม่นานกองทัพสุโขทัยก็ได้ยกมาตั้งอยู่นอกเมือง แล้วใช้ปืนยิงเข้าไปในตัวเมือง ลูกกระสุนปืนที่ระดมยิงเข้าไปนั้นทำด้วยเงินก้อนฝ่ายสุโขทัยได้ระดมยิงลูกกระสุนเงินเข้าไปในเมืองและในกอไผ่ทั่วทุกด้านแล้วจึงยกทัพกลับไป โดยไม่ให้กองทัพเข้าโจมตีเมืองแต่อย่างใด ภายหลังจากที่กองทัพสุโขทัยยกกลับไปแล้ว

ชาวเมืองเก็บได้ก้อนเงินที่ฝ่ายสุโขทัยทำเป็นลูกกระสุนยิงตกอยู่ ต่างก็พากันตื่นเต้นเที่ยวเก็บก้อนเงินเป็นการใหญ่ จนถึงกับตัดฟันต้นไผ่เพื่อแผ้วถางเก็บเอาลูกกระสุนก้อนเงิน ทั้งที่ตกในกอไผ่และฝังติดอยู่ตามลำไม้ไผ่ จนไม้ไผ่ถูกตัดฟันล้มตายลงไปหมด โดยหาเฉลียวใจไม่ว่า ความอยากได้เช่นนั้นจะเป็นภัยร้ายแรงแก่บ้านเมืองและตัวเอง

เมื่อกองลาดตระเวณของฝ่ายสุโขทัยเห็นสมประสงค์ตามแผนดังนั้น จึงแจ้งให้กองทัพฝ่ายสุโขทัยยกมาอีกครั้งหนึ่งในฤดูแล้ง ฝ่ายสุโขทัยได้ลอบเข้าเผาไม้ไผ่ที่ถูกตัดฟันทิ้งแห้งอยู่ ไฟได้ลุกไหม้ทั้งใบไผ่และเผาบ้านเมืองจนวอดวายเจ้านิ้วมืองาม ถูกกระสุนตามร่างกายและนิ้วมือขาดถึงแก่พิราลัยเมื่อทัพสุโขทัยตีเมืองได้สำเร็จ ก็ได้กวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินยังกรุงสุโขทัย

เมืองลี้จึงได้กลายเป็นเมืองร้างไปตั้งแต่นั้นมา ส่วนผู้คนพลเมืองที่หลบหนีไม่ถูกกวาดต้อนไปก็แตกกระสานซ่านเซ็น ไปหาที่ตั้งที่อยู่อาศัยตามที่ต่าง ๆ ทั้งที่ใกล้และไกลจากที่ตั้งเมืองเก่า ซึ่งก็เป็นกลุ่มคนที่กระจัดกระจายไม่สามารถที่จะรวมตัวกันทำประการใด ๆ ได้