บายศรียอดมะพร้าว

, 03 กันยายน 2555

บายศรีเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งของชาวอีสาน เพราะเหตุที่บายศรีนั้นเปรียบเสมือนสื่อความหมายแห่งความเป็นสิริมงคล ความดีงาม ความปรารถนาดี ความยินดี บายศรีใช้ในงานพิธีต่าง ๆ ตามแต่โอกาส เช่นบายศรีสู่ขวัญบ่าว – สาว ในงานแต่งงาน บายศรีสู่ขวัญนาค ในงานบวช หรือในโอกาสที่ได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานใหม่ เป็นต้น

วิธีการทำบายศรี แต่ละภาคหรือแต่ละแห่งนั้นจะคล้ายคลึงกัน คือใช้วัสดุจากใบตองกล้วย เป็นหลัก และตกแต่งด้วยดอกไม้ หรือวัสดุอื่น ๆ

บายศรียอดมะพร้าวของ นางเพชรดา ชุตินิรันดร์ และกลุ่มทำบายศรีจากวัดตลาดนิคม ตำบลปราสาทอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ มีส่วนประกอบที่แตกต่างจากที่อื่น ก็คือ ใช้วัสดุธรรมชาติคือ ใบมะพร้าวอ่อน มาเป็นส่วนประกอบของบายศรี โดยยังเอกในตองกล้วย(ตานี) เป็นหลัก และใช้ใบมะพร้าว ตกแต่งเป็นริ้ว ให้สีสันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มีลักษณะโดดเด่น เป็นเอกลักณ์เฉพาะตัวของกลุ่ม

วัสดุการทำบายศรียอดมะพร้าว

1. ใบตอง (ควรให้ใบตองกล้วยตานี)

2. ใบมะพร้าว (ยอดมะพร้าวอ่อน)

3 พานแว่นฟ้า ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ผูกติดกันไว้ด้วยลวด และรองพื้นพานด้วยโฟม

4. ภาชนะปากกว้างสำหรับใส่น้ำแช่ใบตอง 2ใบ

5. สารส้ม

6. น้ำมันมะกอก ชนิดสีเหลือง หรือขาว

7. ไม้ปลายแหลม (ขนาดไม้เสียบลูกชิ้น) ประมาณ 20-30อัน

8. ดอกไม้ (ดอกพุด ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย ฯลฯ)

9. กรรไกร สำหรับตัดใบตอง

10.ลวดเย็บกระดาษ

ขั้นตอนและวิธีการทำใบมะพร้าวและ ใบตองที่ได้ทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หยิบมาทีละใบ แล้วนำมาฉีกเพื่อเตรียมไว้สำหรับม้วนหรือพับ ทำกรวยบายศรี

การพับหรือฉีกใบตอง แบ่งเป็นสามประเภทคือ

1. ใบตองสำหรับทำกรวยแม่ ฉีกกว้างประมาณ 2นิ้วฟุต

2. ใบมะพร้าวสำหรับทำกรวยลูก ฉีกกว้างประมาณ 2นิ้วฟุต

3. ใบตองสำหรับห่อ ฉีกกว้างประมาณ 1.5นิ้วฟุต

ใบตองแต่ละประเภท ควรฉีกเตรียมไว้ให้ได้จำนวนที่ต้องการ กล่าวคือ ถ้าทำพานบายศรี 3ชั้น ชั้นละ 4ทิศ ( 4ริ้ว ) นั่นก็หมายถึงว่าจะมีริ้วทั้งหมด 12ริ้ว ในแต่ละริ้ว จะประกอบด้วยกรวยแม่ 1กรวย และ กรวยลูก 9กรวย รวมทั้งสิ้น จะมีกรวยแม่ 12กรวย และ กรวยลูก 108กรวย นั่นเอง แสดงว่าจะต้องมีใบตองสำหรับทำกรวยแม่ 12ชิ้น ใบตองสำหรับทำกรวยลูก 108ชิ้น ใบตองสำหรับห่อ 120ชิ้น นั่นเอง แต่ใบตองสำหรับห่อ จะต้องเตรียมไว้เพื่อห่อริ้วอีก คือใน 1ริ้วจะประกอบไปด้วย กรวยแม่ 1กรวย กรวยลูก 9กรวย ซึ่งจะต้องมาห่อรวมกัน ดังนั้น จึงต้องเพิ่มใบตองสำหรับห่ออีก 120ชิ้น รวมเป็นใบตองสำหรับห่อ 240

การพับกรวย และห่อกรวย

การพับหรือห่อกรวย หมายถึงการนำใบมะพร้าว หรือใบตองที่ฉีกเตรียมไว้แล้วสำหรับพับกรวย มาพับ โดยการพับกรวยแม่และกรวยลูกจะมีลักษณะวิธีการพับเหมือนกัน คือ การนำใบตองมาพับม้วนให้เป็นกรวยปลายแหลม เพียงแต่กรวยลูกจะมีการนำดอกพุด มาวางเสียบไว้ที่ส่วนยอดปลายแหลมของกรวยด้วย เมื่อพับหรือม้วนใบตองเป็นกรวยเสร็จในแต่ละกรวยแล้ว ให้นำลวดเย็บกระดาษ มาเย็บใบตองไว้เพื่อป้องกันใบตองคลายตัวออกจากกัน แล้วเก็บกรวยแต่ละประเภทไว้จนครบจำนวนที่ต้องการเมื่อได้กรวยแต่ละประเภทครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ก็นำกรวยที่ได้มาห่อ โดยการนำใบตองที่ฉีกเตรียมไว้สำหรับห่อมาห่อกรวย หรือเรียกอีกอย่างว่า ห่มผ้า หรือ แต่งตัวให้กรวยบายศรี

การห่อริ้วบายศรีและการแช่น้ำ

การห่อริ้วบายศรี คือการนำกรวยแม่ และ กรวยลูกที่ได้ห่อกรวยไว้เรียบร้อยแล้ว มาห่อมัดรวมเข้าไว้ด้วยกัน ที่นิยมทำกัน ใน 1ริ้ว จะประกอบด้วย กรวยแม่ 1กรวย กรวยลูก 9กรวย

วิธีการห่อริ้ว มีการห่อคล้ายกับการห่อกรวยแม่หรือกรวยลูก

แต่จะแบ่งวิธีตามลักษณะงานที่ได้เป็น 2วิธี คือ

1. ห่อแบบตรง คือการห่อโดยเริ่มต้นจากกรวยแม่ แล้ววางกรวยลูกไว้ด้านบนกรวยแม่เป็นชั้นๆทับกันขึ้นมา หรือหันกรวยลูกเข้าหาตัวผู้ห่อ การห่อแบบนี้ จะได้ริ้วบายศรีค่อนข้างตรง และในช่วงตัวริ้ว จะมีรอยหยักของใบตองห่อเรียกว่า มีเกล็ด

2. ห่อแบบหวาน คือการห่อ โดยเริ่มต้นจากกรวยแม่ แต่วางกรวยลูกไว้ด้านล่างของกรวยแม่ และวางซ้อนลงด้านล่างลงไปจนครบ หรือหันกรวยแม่เข้าหาตัวผู้ห่อ โดยวางกรวยลูกลงด้านล่างจนครบนั่นเอง การห่อแบบนี้ จะได้ริ้วบายศรีเป็นลักษณะอ่อนช้อย งอน อ่อนหวาน

เมื่อห่อริ้วจนเสร็จในแต่ละริ้วแล้ว จึงนำริ้วที่ได้ลงแช่ในน้ำผสมสารส้มที่เตรียมไว้ประมาณ 20นาที เพื่อให้ใบตองเข้ารูปทรง อยู่ตัวตามที่ได้พับและห่อ จากนั้น จึงนำไปแช่ในน้ำผสมน้ำมันมะกอกต่อไป เพื่อให้ริ้วมีความเป็นมันวาวใบตองก็จะมีสีเขียวเข้า ใบมะพร้าวก็จะมันวาวมากขึ้น และมีกลิ่นหอมในตัวเอง

การประกอบพานบายศรี

การประกอบพานบายศรี ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการทำบายศรี คือการนำริ้วที่ทำเสร็จแล้วและแช่ในน้ำผสมน้ำมันมะกอกแล้ว มาประกอบเข้ากับพานบายศรี ที่ได้เตรียมไว้

การน้ำริ้ว มาประกอบกับพาน ควรเริ่มต้นจากพานใหญ่สุด หรือพานที่วางอยู่ชั้นล่างสุดก่อน โดยการวางให้ริ้วอยู่บนพานให้มีระยะห่างเท่าๆกัน 4ริ้ว ( 4ทิศ ) ซึ่งจะยึดริ้วติดกับพานโดยใช้ไม้ปลายแหลมที่เตรียมไว้แล้ว มากลัด หรือเสียบจากด้านบนของริ้วให้ทะลุไปยึดติดกับโฟมที่รองไว้บนพื้นพาน

การประกอบริ้วกับพานชั้นกลาง และชั้นบนสุด ก็ใช้วิธีเดียวกัน แต่จะต้องให้ริ้วชั้นที่ 2วางสลับกับริ้วชั้นแรก และริ้วบนพานชั้นบนสุด ก็ให้สลับกับริ้วบนพานชั้นกลาง

การประกอบริ้วกับพานชั้นบนสุด ให้ห่อใบตองเป็นกรวยขนาดใหญ่พอควรวางไว้เป็นแกนกลางของพาน เมื่อวางริ้วทั้ง 4ริ้วเสร็จแล้ว ให้รวบปลายสุดของริ้วทั้ง 4เข้าหากัน โดยมีกรวยที่ทำเป็นแกนกลางอยู่ด้านใน แล้วนำใบตองม้วนเป็นกรวยขนาดใหญ่อีกกรวย มาครอบทับยอดทั้ง 4ของริ้วไว้ ซึ่งจะทำให้พานบายศรีที่ได้ มียอดแหลมที่สวยงามและมั่นคง

จากนั้นจึงนำใบไม้ (ส่วนใหญ่จะนำใบไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ใบเงิน ใบทอง ) มาวางรองบนพาน เพื่อปกปิดไม่ให้มองเห็นโฟมที่รองพื้นพาน และนำดอกไม้สีสด เช่น ดอกบานไม่รู้โรย หรือดอกดาวเรือง มาประดับบนพานเพิ่มความสวยงามหรือทำมาลัย สวมบนยอด หรือทำเป็นอุบะร้อยรอบพานแต่ละชั้น ก็จะเพิ่มสีสัน และความสวยงามให้แก่พานบายศรีมากขึ้น