ผักขะแยง

, 02 พฤศจิกายน 2555

ชื่อวงศ์ :SCROPHULARIACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Limophila aromatica ( Lamk ) Merr

ชื่อพื้นเมือง :ผักกะแยง กระ แยง (อุดรธานี) ผักพา (ภาคเหนือ) มะอม ปะกามะออม (เขมร) ขะแยง (อุบลฯ,มุกดาหาร)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ผักขะแยงเป็นพืชล้มลุกอายุปีเดียว เป็นผักที่ขึ้นเอง ตามคันนา ขึ้นในฤดูทำนา เริ่มจากฝนลงครั้งแรก ขยายพันธุ์แบบไหลไปตามราก เกิดและแตกต้นออกเป็นกอ ขนาดเล็กประมาณ 30-40ซม. ลำต้นสีเขียว กลวงเห็นปล้องชัดเจน ลำต้นทั้งต้นจะมีกลิ่นหอมหรือกลิ่นฉุนรุนแรง ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาดเล็ก ออกเป็นคู่ตรงกันหรืออาจมี 3ใบ ออกอยู่รอบ ๆ ข้อรูปใบหรือรูปขอบขนาน หรือรูปขอกใบยาว 1.5-5ซม. กว้าง 1-2ซม. ไม่มีก้านใบฐานใบจะหุ้มลำต้นเอาไว้ ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ด้านบนของใบมีต่อมเล็ก ๆ มากมาย ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตรงซอกใบ หรือออกเป็นช่อกลีบเลี้ยง 5กลีบ สีเขียวมีขน กลีบดอกสีแดง สีชมพูอ่อน หรือสีม่วง กินได้ตลอดลำต้น เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ผักขะแยงก็เริ่มโรยรา และหายลงใต้ดินในที่สุด รอวันฝน ลงอีกครั้งในพรรษาหน้า

ผักขะแยงชอบดินดำน้ำชุ่ม ดังนั้น จึงสามารถนำผักขะแยงมาปลูกได้ ที่ๆ มีน้ำขังตลอดปี ผักขะแยงก็สามารถขึ้นงอกงามได้ตลอดปี เช่นกัน แต่เพราะผักขะแยง เป็นผักที่ขึ้นตามธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ฤดูกาลทำนา ชาวบ้านหลายท้องถิ่นทางภาคอีสานไม่นิยมนำมาปลูก อยากกินก็ไปเก็บเอาจากท้องนา

แต่บางแห่งในภาคอีสานแถบลุ่มแม่น้ำโขง ก็นำมาปลูกตามริมบึง หรือแม้แต่ในกระถาง กะละมังแตกใต้ลุ่มบ้านตรงที่ล้างผัก ล้างปลา เพื่อให้ได้น้ำที่ไหลลงจากชานครัว ผักขะแยงก็จะงามสะพรั่ง บางแห่งก็มีการเก็บตามท้องไร่ท้องนามัดเป็นกำๆ นำไปขายในตลาดในหมู่บ้าน ในอำเภอ หรือในเมือง ราคาก็ถูกมาก ปัจจุบันเกษตรกรนำมาปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ จึงมีผักขะแยงขายตามตลาดในกรุงเทพบ้าง เช่นกัน

ผักขะแยงกินได้หลายแบบแล้วแต่ท้องถิ่น อีสานตอนบนติดกับลำน้ำโขง คือ อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย จะมีการกินผักขะแยงสดเป็นผักจิ้ม เช่น จิ้มน้ำพริก กินกับก้อยปลา ลาบ หรือนำมาใส่ต้มหรือแกงปลา แกงหน่อไม้ ย่านาง แกงหอยขม เพราะกลิ่นจะดับคาวได้เป็น อย่างดี ส่วนอีสานตอนกลาง เช่น ชัยภูมิ โคราช ขอนแก่น ไม่นิยมกินสด ๆ

ประโยชน์ทางยา

คั้นน้ำจากต้นแก้ไข้ ทั้งต้นเป็นยาขับ น้ำนม ขับลม และเป็นยาระบาย

ผักขะแยงมีรสเผ็ดร้อน มีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยเจริญอาหาร