หัวโขนกลุ่มชุมชนสะพานไม้

, 06 พฤศจิกายน 2555

หัวโขนถือเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่ได้รับการสร้างสรรค์อย่างวิจิตรบรรจง โดยช่างผู้ชำนาญ ใช้สำหรับสวมครอบศีรษะ ปิดบังใบหน้าของผู้แสดง (โขน) มีลักษณะคล้ายหน้ากาก แต่ต่างตรงที่เป็นการสร้างจำลองรูปทรงใบหน้าและศีรษะทั้งหมด โดยเจาะช่องเป็นรูกลมที่นัยน์ตาของหัวโขนให้ตรงกับนัยน์ตาของผู้แสดงเพื่อให้มองเห็นหัวโขนแบ่งเป็น 2 ประเภทคือหัวโขนสำหรับใช้ในการแสดง คือหัวโขนที่สื่อถึงบุคคลิกของตัวละครนั้น ๆ ซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะ เช่น เทวดา ยักษ์ วานรและสัตว์ต่าง ๆ ทำขึ้นโดยวิธีแบบโบราณตามเอกลักษณ์ของหัวโขนที่ถูกต้องตามแบบศิลปะไทยและหัวโขนที่ใช้สำหรับเป็นของประดับตกแต่งหรือของที่ระลึก ซึ่งก็ทำขึ้นโดยการหล่อ ปั้น ขึ้นรูปด้วยพลาสติกหรือกรรมวิธีอื่น ๆ ลงรักปิดทอง ประดับกระจก (ก็ยังเป็นหัวโขนที่เป็นตัวละครที่ใช้ในการแสดงเช่นกัน แต่แตกต่างกัันที่วิธีการทำ)

สำหรับการทำหัวโขนของกลุ่มชุมชนสะพานไม้ ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำหัวโขนจากครูโจหลุยส์ (ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง หุ่นละครเล็ก ปี พ.ศ.2539) ในอดีตมีการรวมกลุ่มกันทำเป็นจำนวนหลายสิบครอบครัว แต่ปัจจุบันเหลือเพียงอาจารย์ประทีป รอดภัยและครอบครัวที่ยังคงสืบทอดศิลปะการทำหัวโขนเป็นเวลากว่า 40 ปี (อาจารย์ประทีปเองเป็นลูกศิษย์โดยตรงของครูโจหลุยส์) แม้จะเป็นเพียงครอบครัวเดียวที่ยังทำหัวโขน แต่อาจารย์ประทีปก็ยังคงใช้ชื่อหัวโขนกลุ่มชนชนสะพานไม้เรื่อยมา ปัจจุบันการทำหัวโขนของที่นี่ ส่วนใหญ่จะทำเป็นของที่ระลึกหรือของสะสมโดยเฉพาะชาวต่างประเทศที่ชื่นชอบศิลปะแบบไทยๆ นอกจากนี้อาจารย์ประทีปยังได้ประดิษฐ์หัวโขนซีก สำหรับแขวนประดับและหัวโขนขนาดเล็กด้วย แต่ก็มีการทำหัวโขนเพื่อการแสดงด้วยเช่นกัน

วัสดุที่ใช้ทำหัวโขน ได้แก่ วัสดุสำหรับการปั้นหน้า (กระดาษฟาง, แป้งข้าวเจ้า, ผงแคลเซียม ฯลฯ), พู่กัน, กาว (เฉพาะสำหรับงานศิลป์), แม่พิมพ์หัวโขน, แม่พิมพ์ตัวกระจัง,

ของประดับตกแต่งอื่นๆ

สำหรับการทำหัวโขน ขั้นตอนคร่าวๆมีดังนี้

1. ใช้หัวหุ่นต้นแบบเป็นหุ่นปูน สำหรับเป็นแม่พิมพ์ของหัวหุ่น แล้วนำไปตากแดดประมาณ

3 – 5 วัน จากนั้นผ่าแม่พิมพ์ออกจากหุ่น

2. ใช้ปูนสำหรับปั้นหน้าตา เสร็จแล้วนำไปตากแดด 1 – 2 วัน

3. ผสมดินสอพองกับกาวให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำมาทาปิดรอยแตกหรือลายนิ้วมือบนหัว

หุ่น

4. ขัดหัวหุ่นด้วยกระดาษทราย เพื่อให้เนื้องานละเอียด

5. แกะสลักตัวกระจังทีละตัว

6. ทาสีรองพื้นประมาณ 2 ครั้ง

7. ปิดทอง

8. เขียนหน้าหรือวาดหน้า

9. ประดับตกแต่งเพิ่มเติมด้วยเพชรหรือกระจก