วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด

, 31 มีนาคม 2554


วิทยาลัยนาฎศิลปร้อยเอ็ด เป็นวิทยาลัยสังกัดกองศิลปศึกษา กรมศิลปากร แห่งที่ ๓ ในจำนวนวิทยาลัยนาฏศิลปส่วนภูมิภาคทั้งหมด ๙ แห่งซึ่งการจัดตั้งวิทยาลันาฏศิลปร้อยเอ็ด ได้เริ่มจากการสำรวจพื้นที่ที่จะ จัดตั้งวิทยาลัย กล่าวคือเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๒๒ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ พร้อมคณะได้ทำการสำรวจพื้นที่จะจัดตั้งวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด เพื่อขยายการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมให้แพร่หลายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยมี ผู้ร่วมชี้สถานที่หลายท่าน อาทิเช่น นายเดโช สวนานนท์ อดีตอธิบดีกรมศิลปกร นายศักดา อ้อพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในขณะนั้น รวมทั้งบุคคลสำคัญอีกหลายท่าน และได้ตกลงที่จะใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ คือ บริเวณสระฮาง และสระแก้ว รวมที่ราชพัสดุบริเวณคูเมืองเป็นสถานที่ก่อสร้างวิทยาลัยฯ โดยใช้บริเวณสระฮางเป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารเรียน และใช้บริเวณสระแก้วเป็นที่ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการ



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิปนนท์ เกตุทัตต์ ได้ลงนามประกาศจัดตั้งวิทยาลันาฏศิลปร้อยเอ็ดเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๒ โดยให้สังกัดกองศิลปศึกษา กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนถึงชั้นประกาศนียบัตรนาฏศิลปชั้นสูง ตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๒ โดยอาศัยอาคารเรียนของโรงเรียนสตรีศึกษา ๑ หลัง เป็นที่เรียนชั่วคราวมีนักเรียนระดับนาฏศิลปชั้นต้นปีที่ ๑ จำนวน ๕๐ คน และระดับนาฏศิลปชั้นกลางปีที่ ๑ จำนวน ๘๐ คน ครูผู้สอนได้รับการสบับสนุนจากวิทยาลัยนาฏศิลปส่วนกลางในขั้นแรก จำนวน ๕๐ คน และมีครูช่วยราชการจากจังหวัดร้อยเอ็ด ๔ คน โดยมีนายล้วน เจนใจ อาจารย์ ๒ วิทยาลัยช่างศิลป รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ



ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๓ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด ได้รับงบประมาณ จำนวน ๕,๖๕๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียน ๓ ชั้น ๑๘ ห้องเรียน ๑ หลัง โรงอาหาร ๑ หลัง บ้านพักยาม ๑ หลังและรั้วลวดหนามรอบบริเวณ การก่อสร้างได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน ธันวาคม ๒๕๒๔ และในปีงบประมาณ ๒๕๒๔ ได้ รับงบประมาณปรับปรุงพื้นที่มีวงเงินเพียง ๗๕๖,๓๒๙ บาท ในเนื้อที่เกือบ ๒๐ ไร่ และบางแห่งลึกถึง ๒ เมตรเศษ ซึ่งราคาดินจริง จะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่วิทยาลัยได้รับความอนุเคราะห์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดดำเนินการให้จนเสร็จ เปิดให้เรียน ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๕ และทำพิธีเปิดอาคารใหม่ของวิทยาลัยในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๕ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายธวัชชัย สมสมาน