ทำแคน เป่าแคน

, 19 พฤษภาคม 2554


องค์ความรู้



นายสุด กันหารัตน์ สามารถประดิษฐ์แคนดนตรีที่แสดงถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านได้สวยงาม มีความไพเราะ มีเอกลักษณ์ และความสามารถเฉพาะตัว ก่อนการประดิษฐ์แคนต้องเตรียมส่วนประกอบต่างๆ ของแคนไว้ให้พร้อม คือ กู่แคน ลิ้นแคน และเต้าแคน ฆ่าขี้สูด ขั้นตอนการทำขวัญแคนมีดังนี้



๑. การเตรียมกู่แคน นำไม้เฮี้ยที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นต้นแคนไปผึ่งแดดประมาณ ๓-๔ สัปดาห์ ให้แห้งจนมีลักษณะสีขาวอมเหลืองหรือสีงาช้างจากนั้นนำไปเกียนกู่ (ตัดให้เท่ากัน) ความยาวอยู่ที่ ๘๐-๑๐๐ เซนติเมตร จำนวน ๑๘ ลำ นำไปเจาระรูลนและดัดกู่ด้วยไฟอ่อนๆ



๒. วิธีทำลิ้นแคน ทำจากวัสดุ ๓ ประเภท คือ เงิน ทองแดงและทองเหลือง แต่



นายสุด กันหารัตน์ มีเคล็ดลับ คือ ใช้เงินเหรียญสตางค์แดงของไทยจะทำให้เสียงของแคนไพเราะต่างจากแคนของคนอื่นๆ วิธีการทำลิ้นแคนมีความละเอียดอ่อนซับซ้อนมากหลอมละลายเงินเหรียญและที่เป็นลิ้นแคนทีละขั้นตอน ลับลิ้นตามระดับสูง กลาง ต่ำ ขูดและตะไบลิ้น



๓. การทำเต้าแคน เต้าแคนเป็นไม้ที่ประกบลำไม้เฮี้ยเข้าด้วยกันเป็นตัวแคนใช้ไม้ประดู่ เพราะมีสายสวยงามและช่วยให้เสียงดี



๔. การทำขี้สูด ขี้สูดหรือชันโรง หรือต่อชัน เป็นรังผึ้งป่าชนิดหนึ่งที่มีความเหนียว มีสีน้ำตาลปนดำ ตัวสูดจะชอบทำรังตามต้นไม้และจอมปลวก ดังนั้นการนำขี้สูดเพื่อมาประกอบแคน ช่างสุดกล่าวว่า “หาขุดตามเขาโดยใช้จอบขุดให้จึงรังของตัวสูด ความลึกของรังประมาณ ๖๐-๑๐๐ เซนติเมตร ตังสูดจะทำรังเป็นโพรงคล้ายกับรังผึ้งหลวง”เมื่อนำขี้สูดมาแล้วต้องนำขี้สูดไปผึ่งแดดให้อ่อนตัวลงเล็กน้อยจึงนำมาตี โดยวางก้อนขี้สูดไว้ที่พื้นไม้ แล้วใช้ค้อนไม้ทุบให้ขี้สูดแตกเป็นชิ้น ยางไม้หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่ปนอยู่จะหลุดออกมาลักษณะอย่างนี้เรียกว่า “การฆ่าขี้สูด”หลังจากนั้นนำขี้สูดมาผสมน้ำมันดีเซลเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เกิดการแข็งตัวเร็วเกินไป แล้วก็จะนะขี้สูดมาเตรียมประกอบแคนในขั้นตอนต่อไป







๕. การประกอบแคน เมื่อทำส่วนประกอบของแคนพร้อมแล้วจะนำแต่ละส่วนมาประกอบเข้าด้วยกันดังนี้



๕.๑ ตัดไม้ไผ่ หรือนำไม้เฮี้ยโดยใช้มัดตอก



๕.๒ เจาะรูปล้องไม้กู่แคนด้วยเหล็กซีให้ทะลุ



๕.๓ นำไปรมไฟจนไม้กู่แคนมีความร้อนโดยสังเกตดูที่เนื้อไม้จะเห็นเป็นสีเหลืองอ่อนแล้วใช้ไม้มือลิงตัดกู่แคนให้ตรงสวยงาม แต่ถ้าดัดแคนในช่วงที่ไม้กู่แคนยังมีความอ่อนไม่ได้ที่ การตัดจะทำให้ไม้แตกและราวได้



๕.๔ เจาะรางลิ้นโดยใช้มีดตอก ให้มีความยาวของร่องประมาณ ๑ เซนติเมตร ความกว้างเท่ากับลิ้นที่เราเตรียมไว้



๕.๕ ตีลิ้นแคน การตีลิ้นแคนต้องอาศัยความชำนาญและสมาธิอย่างมาก การทำลิ้นแคนต้องค่อยๆ ดีลงและต้องระวังอย่าให้ค้อนกับทั่ง ลงแรงมากเกินไปจะทำให้ลิ้นชำรุดได้



๕.๖ ใช้สิ่วสับให้เป็นสิ้น และใช้ไม้ลำเฮี้ยขัดลิ้นแคนให้อ่อนตัว



๕.๗ ไล่ลิ้นตรงรางลิ้นที่เจาะไว้จนครบ ๑๖ ลำ



๕.๘ เจาะแพช่องเสียงทั้งข้างบน ข้างล่าง แบ่งลูกแคน ออกเป็น ๓ ส่วนให้เท่าๆ กัน



๕.๙ นำรากไม้ประดู่มาทำเป็นตัวแคน



๕.๑๐ นำลูกแคนที่เตรียมมาประกอบเป็นตัวแคน



๕.๑๑ นำขี้สูดมาอุดรูกันลมเข้าออก



๕.๑๒ นำเครือหญ้านางมารัดหัวท้าย



๕.๑๓ เจาะรูนับห่างจากเต้าแคนขึ้นไป ๒-๕ นิ้ว ส่วนแม่ทุ่ง (แม่ลา) โป้ซ้าย (ลูกโด่) เจาะห่างเต้า ๑ นิ้ว





ผลงาน



๑. ได้เข้าเฝ้าและประดิษฐ์แคนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



๒. ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด “ช่างทำแคน”จังหวัดขอนแก่น จากนายเจต ธนาวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น



๓. ได้รับใบเกียรติบัตรประเภท “ช่างแคนยอดเยี่ยม”จากนายเจต ธนาวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น



๔. ได้รับเกียรติบัตรงานประจำปีจังหวัดชัยภูมิ จากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ



๕. ได้รับเข็มเกียรติยศในงาน “คนดีศรีแก้งคร้อ”และยังเป็นวิทยากรพิเศษในด้านผู้เชี่ยวชาญการทำแคนตามโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดชัยภูมิ



ลักษณะการถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่ชนรุ่นหลัง



เป็นผู้มีความสามารถพิเศษทำแคนให้มีเสียงไพเราะมากและถ่ายทอดความรู้ให้กับโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงและเป็นวิทยากรการทำแคนให้มีเสียงไพเราะได้เป็นอย่างดี